medicalfocusth
กรมควบคุมโรคเตือนเฝ้าระวัง PM2.5 แนะประชาชนติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด ประเมินความเสี่ยงและป้องกันผลกระทบต่อสุขภาพ
×
นายแพทย์มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค เปิดเผยว่า ในช่วงเดือนมกราคมของทุกปี ประเทศไทยมักเผชิญสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) สูงเกินค่ามาตรฐานในหลายพื้นที่ ซึ่งส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน และเป็นปัญหาสำคัญที่ต้องเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ กรมควบคุมโรคได้มอบหมายให้สำนักงานป้องกันควบคุมโรค (สคร.) ทั้ง 12 แห่งทั่วประเทศ เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็กอย่างใกล้ชิด พร้อมลงพื้นที่สื่อสารความเสี่ยง ให้ความรู้และแนะนำวิธีการป้องกันตนเองจากฝุ่น PM2.5 แก่ประชาชน ร่วมกับเครือข่ายในพื้นที่เพื่อดูแลผลกระทบต่อสุขภาพและดำเนินมาตรการที่เหมาะสมอย่างต่อเนื่อง
นายแพทย์อเนก มุ่งอ้อมกลาง รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวเพิ่มเติมว่า ประชาชนกลุ่มเสี่ยง ได้แก่ เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์ และผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคหลอดเลือดหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง หอบหืด และภูมิแพ้ หากได้รับฝุ่นละอองขนาดเล็กเข้าสู่ร่างกาย อาจเกิดผลกระทบต่อสุขภาพรุนแรงกว่าประชาชนทั่วไป ควรเฝ้าสังเกตอาการผิดปกติใน 4 กลุ่มโรคสำคัญ ได้แก่ 1. กลุ่มโรคหัวใจและหลอดเลือด เช่น เหนื่อยง่าย หัวใจเต้นเร็ว 2. กลุ่มโรคระบบทางเดินหายใจ เช่น คัดจมูก น้ำมูกไหล แสบจมูกและลำคอ 3. กลุ่มโรคผิวหนังอักเสบ เช่น อาการคันหรือมีผื่นแดงตามร่างกาย 4. กลุ่มโรคตาอักเสบ เช่น แสบตา คันตา น้ำตาไหล และตาแดง หากมีอาการผิดปกติ หรือสงสัยว่ามีผลกระทบจากฝุ่น ควรรีบไปพบแพทย์โดยเร็ว ทั้งนี้ ประชาชนสามารถใช้ Line OA ของกองโรคจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อม ในการแจ้งว่าสงสัยป่วยจากฝุ่นละอองขนาดเล็กได้ด้วย และเมื่อแพทย์วินิจฉัยว่าอาจเกิดจากฝุ่นละอองขนาดเล็ก ขอความร่วมมือให้แพทย์ลงรหัสโรค (Z 58.1) เพื่อนำไปสู่การแจ้งรายงานสอบสวนโรค และออกมาตรการป้องกันที่เหมาะสมต่อไป
นอกจากนี้ ประชาชนควรตรวจสอบคุณภาพอากาศในพื้นที่อย่างสม่ำเสมอ เพื่อประเมินความเสี่ยงในการสัมผัสฝุ่น PM2.5 โดยสามารถติดตามข้อมูลได้ผ่านแอปพลิเคชัน Air4Thai ของกรมควบคุมมลพิษ พร้อมขอความร่วมมือประชาชนช่วยลดการเพิ่มปริมาณฝุ่นละอองในอากาศ เช่น ลดการใช้รถยนต์ งดการเผาขยะ ดูแลทำความสะอาดบ้านให้ปลอดฝุ่น ปิดประตูหน้าต่างให้มิดชิด และหลีกเลี่ยงการออกนอกอาคารหรือทำกิจกรรมนอกบ้านโดยไม่จำเป็น โดยเฉพาะการทำงานกลางแจ้งหรือการออกกำลังกายในพื้นที่ที่มีฝุ่นหนาแน่น และหากมีความจำเป็นต้องออกนอกบ้าน ควรป้องกันตนเองด้วยการสวมหน้ากากป้องกันฝุ่นละอองขนาดเล็ก โดยเฉพาะผู้ใช้รถจักรยานยนต์ ควรสวมหน้ากาก แว่นตา และเสื้อแขนยาว เพื่อป้องกันการระคายเคืองต่อดวงตาและผิวหนัง ทั้งนี้ ประชาชนสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422
(14/1/2569)