medicalfocusth
กรมการแพทย์ เตือนประชาชน ระวังอันตรายจากการดื่มแอลกอฮอล์ในช่วงอากาศร้อน เสี่ยงขาดน้ำ – ฮีทสโตรก อันตรายถึงชีวิตกรมการแพทย์ เตือนประชาชน ระวังอันตรายจากการดื่มแอลกอฮอล์ในช่วงอากาศร้อน เสี่ยงขาดน้ำ – ฮีทสโตรก อันตรายถึงชีวิต
×
กรมการแพทย์ โดยสถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี (สบยช.) ห่วงใยสุขภาพประชาชนในช่วงอากาศร้อนจัด เตือนหลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เนื่องจากอาจส่งผลกระทบต่อร่างกายมากกว่าปกติ เสี่ยงต่อภาวะขาดน้ำ หน้ามืด เป็นลม ฮีทสโตรก อันตรายถึงชีวิต
นายแพทย์สกานต์ บุนนาค รองอธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า ในช่วงที่อากาศร้อนจัด อุณหภูมิร่างกายของเราจะสูงขึ้นตามสภาพแวดล้อม ร่างกายจำเป็นต้องระบายความร้อนผ่านการขับเหงื่อ ซึ่งทำให้สูญเสียน้ำและเกลือแร่เป็นจำนวนมาก การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในช่วงเวลาดังกล่าวยิ่งทำให้ร่างกายขาดน้ำเร็วขึ้น เนื่องจากแอลกอฮอล์มีฤทธิ์ขับปัสสาวะ ส่งผลให้เกิดภาวะขาดน้ำอย่างรุนแรง หลอดเลือดขยายตัว การไหลเวียนเลือดผิดปกติ ทำให้เกิดอาการอ่อนเพลีย เวียนศีรษะ ความดันโลหิตต่ำ และอาจนำไปสู่ภาวะช็อกหรือหมดสติได้ในเวลาอันสั้น อีกทั้งยังเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดฮีทสโตรก (Heat Stroke) ซึ่งเป็นภาวะอันตรายที่อาจถึงแก่ชีวิตได้ นอกจากนี้ แอลกอฮอล์ยังมีผลกดประสาท ทำให้การตัดสินใจและการควบคุมสติลดลง เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ โดยเฉพาะการขับขี่ยานพาหนะ
นายแพทย์สรายุทธ์ บุญชัยพานิชวัฒนา ผู้อำนวยการสถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี (สบยช.) กล่าวเพิ่มเติมว่า การดื่มสุราในสภาพอากาศร้อนจัดไม่เพียงแต่ส่งผลต่อสุขภาพร่างกายเท่านั้น แต่ยังอาจกระตุ้นพฤติกรรมเสี่ยง เช่น การดื่มในปริมาณมากขึ้นโดยไม่รู้ตัว หรือการดื่มร่วมกับเครื่องดื่มชูกำลัง ซึ่งยิ่งเพิ่มภาระต่อหัวใจและระบบไหลเวียนโลหิต สำหรับผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง หรือโรคตับ ควรหลีกเลี่ยงอย่างเด็ดขาด ทั้งนี้ ขอแนะนำให้ประชาชนดูแลสุขภาพในช่วงอากาศร้อน โดยดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอ อย่างน้อยวันละ 8 แก้ว เพื่อรักษาสมดุลของร่างกายหลีกเลี่ยงการอยู่กลางแดด เป็นเวลานาน และงดหรือลดการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หากมีอาการผิดปกติ เช่น ใจสั่น หน้ามืด คลื่นไส้ หรือหมดสติ ควรรีบพบแพทย์ทันที เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อาจเป็นอันตรายต่อชีวิต ทั้งนี้หากประชาชนประสบปัญหาเกี่ยวกับ ยาและสารเสพติด สามารถขอรับคำปรึกษาได้ที่สายด่วนบำบัดยาเสพติด 1165 หรือเข้ารับการบำบัดรักษาได้ที่ สถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี (สบยช.) กรมการแพทย์ จังหวัดปทุมธานี และโรงพยาบาลธัญญารักษ์ในส่วนภูมิภาคทั้ง 6 แห่ง ได้แก่ โรงพยาบาลธัญญารักษ์เชียงใหม่ โรงพยาบาลธัญญารักษ์แม่ฮ่องสอน โรงพยาบาลธัญญารักษ์ขอนแก่น โรงพยาบาลธัญญารักษ์อุดรธานี โรงพยาบาลธัญญารักษ์สงขลา และโรงพยาบาลธัญญารักษ์ปัตตานี หรือโรงพยาบาลใกล้บ้าน สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
www.pmnidat.go.th